Oct 6, 2005 Thanks for visiting my portfolio site! This is where I'm keeping all my stuff from now on, so come back whenever you want to see what's new. cheers! ----- onece if you need to know me more Just click http//:www.ideaeffect.netIt's my personal web. Posted by sirinapa on Jul 21, '08 6:02 AM for everyone |  | เซ็งๆๆ เหงา ๆ เบื่อๆ ไปถ่ายรูปกันดีกว่าเนอะ |
Posted by sirinapa on May 7, '08 11:25 AM for everyone |  | ทริปนี้ นอกจากไปหายใจ เอากลิ่นไอทะเลแล้ว ก็ไปกินๆและกิน ส่วนถ่ายรูปน่ะหรอ กลายเป็นเรื่องรองไปซะแระ อิอิ |
Posted by sirinapa on Nov 13, '07 3:46 AM for everyone |  | วันสุดท้ายจ้ะ ยังหนุกหนาน พลังเหลือเฟือ อิอิ |
Posted by sirinapa on Nov 13, '07 2:36 AM for everyone |  | วันเหนื่อยๆ แต่หนุกๆ อีกวัน
|
Posted by sirinapa on Nov 13, '07 1:58 AM for everyone
Posted by sirinapa on Aug 8, '07 10:51 PM for everyone
Posted by sirinapa on Jul 7, '07 5:03 AM for everyone |  | ห่างหายจากการโพสรูปมาแสนนาน ไม่รู้ว่ายุ่งหรือยังไง ทั้งงานนอก งานใน หยุมหยิมไปหมด ใครว่างๆก้แวะเข้าไปเยี่ยมบ้านอีกหลังที่ www.ideaeffect.net ได้นะจ๊ะ อัพเดททุกอาทิตย์เลย มีงานอะไรให้รับใช้ก็ติดต่อได้ค่ะ ยินดีเสมอ (ขายของซะงั้น) ไม่ค่อยได้หยิบกล้องสุดที่รักมาถ่ายอะไรรอบตัวมานานแล้ว รูปที่เห็นในชุดนี้ก้ไปขุดมาจากฮาร์ดดิส เอาล่ะ ขอบคุณทุกท่านแล้วกันนะคะที่แวะมา หลงเข้ามาหรือยังไงก็เถอะ ขอบคุณมากมาย โย่ว ! |
Posted by sirinapa on Mar 13, '07 5:30 AM for everyone I found this song in Devil wares prada Movie..I love it So much !!!! | Seven Days In Sunny June | | The Devil Wears Prada | | Jamiroquai | |
Posted by sirinapa on Dec 24, '06 11:18 PM for everyone |  | ไม่เจอทะเลหมอก ไม่เจอพระอาทิตย์ขึ้น แต่ช่างมัน ! สุขกับการถ่ายภาพในสิ่งที่เราเจอดีกว่า |
Posted by sirinapa on Dec 24, '06 9:24 PM for everyone |  | Chiangmai Trip On 15 - 17 Dec 2006 :: คำจำกัดความของทริปนี้ก็คือ ปวดขา เวียนหัว อาหารอร่อยมากๆ หนาวเหน็บ (5 องศา) รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเด็กน้อยเยอะแยะเต็มเขาเลย เหมือนเห็ดเลย |
Posted by sirinapa on Nov 14, '06 1:39 AM for everyone |  | เป็นการถ่ายภาพที่สนุกมาก ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกในการถ่ายถาพคู่รัก ขอบคุณ พี่จุ๊บ พี่หน่อยสำหรับที่พัก และอาหารทะเลอร่อยๆ ขาดไม่ได้คือเพื่อนก้อย เพื่อนแก้ว ที่คอยช่วยถือ reflex ช่วยเป็น คอสตุ่ม ให้ด้วย ขอบใจหลายเด้อ |
Posted by sirinapa on Oct 12, '06 11:59 PM for everyone
Posted by sirinapa on Sep 23, '06 8:53 AM for everyone  | Category: | Movies | | Genre: | Drama |
เวลาอ่านบทสัมภาษณ์ใน Pulp คอลัมภ์ 10 หนังในดวงใจ มักจะคิดเสมอว่าถ้าเราถูกสัมภาษณ์มั่งเราจะเอาเรื่องอะไรมามาบอกเค้าดีนะ ...... เรื่องแรกที่จะคิดถึงคือเรื่องนี้ (เรื่องที่สองเดี๋ยวจะตามมา ในไม่ช้า ) ...Children Of Heaven... ...คำเตือน บทวิจารณ์มีการเปิดเผยเนื้อหาของหนัง.... ...จำไม่แม่นว่าดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกสมัยเรียนปี2 หรือปี3 เป็นปีที่เริ่มได้เรียนวิชาภาพยนตร์ หลังมหาลัยมีโฮมเธียเตอร์เล็กๆที่มักจะนำหนังดีหาดูยากมาฉาย และขายตั๋วให้นักศึกษาราคา 30 บาท (มั้ง) ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่ามันได้รางวัลอะไรมาบ้าง รู้แต่ว่าเป็นหนังอิหร่าน เกี่ยวกับเด็กชาย,น้องสาว และรองเท้า !!!! ...เริ่มต้นผู้กำกับไม่รีรอที่จะเปิดตัวพระเอกตัวน้อยๆขนตายาวฟ้อย (คล้องจองแบบไม่ตั้งใจ) ไปรับรองเท้าน้องสาวที่ร้านซ่อมรองเท้า (คล้องจองอีกละ) รองเท้าสีแดงเก่าเก็บคู่เล็กที่มองดูก็รู้ว่าใส่มานานและถูกซ่อมมาหลายรอยแล้ว เด็กชายแวะที่ร้านขายผักก่อนกลับบ้านและวางรองเท้าไว้หน้าร้าน ซื้อของเสร็จจะหยิบรองเท้าที่วางไว้แต่มันดันหายจ้อยไปไหนซะแล้ว จริงๆคนดูรู้ว่ามีคนเก็บของเก่าเก็บไป แต่มีเด็กชายตัวน้อยที่ไม่รู้และพยายามควานหารองเท้า พลิกถาดผัก..ถาดโน้น..ถาดนี้ จนโดนเจ้าของไล่ตะเพิดเพราะทำผักกระจัดกระจาย ...ฉากต่อมาคนดูจึงได้รู้จักเด้กน้อยมากขึ้น ผ่านฉากในบ้าน เขาชื่ออาลี มีน้องสาวหน้าตาน่ารักอายุประมาณ7-8 ขวบ นอกจากนั้นบ้านหลังเล็กหลังนี้ ยังประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และน้องสาวตัวเล็กแบเบาะอีกคน บ้านของอาลีอยู่ในขั้นที่เรียกว่ายากจน เพราะพ่อต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ ส่วนแม่เป็นเพียงแม่บ้านที่อยู่บ้านเลี้ยงน้องคนสุดท้อง หากจะซื้อของอะไรใหม่ซักอย่าง ก็ต้องเก็บเงินเป็นแรมปี ซึ่งอาลีเองก็รู้ถึงความเป็นไปในข้อนี้ดี ดังนั้นเด็กชายตัวน้อยของเราจะแก้ปัญหาเรื่องที่ทำรองเท้าน้องสาวหายไปยังไง ในเมื่อถ้าบอกพ่อ อาลีต้องถูกดุและโดนฟาดก้น และพ่อก็ต้องลำบากเพื่อที่จะหาเงินมาซื้อรองเท้าใหม่ให้น้องสาว...เอาล่ะ เราไปดูกันว่าอาลีจะทำไงต่อ ...อาลีกระซิบบอกน้องสาวว่าทำรองเท้าหายไป และห้ามบอกพ่อเด็ดขาด น้องสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ทั้งที่อยากจะร้องไห้ที่รองเท้าคู่เดียวที่มีดันมาหายไปซะนี่ เช้าวันรุ่งขึ้นข้อตกลงระหว่างสองคนก็เริ่มต้นเมื่อเด็กสองคนต้องไปโรงเรียน น้องสาวสวมรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลที่หลวมโครกด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ใช่แล้วค่ะ มันคือรองเท้าของอาลีนั่นเอง หนังสื่อถึงความคิดแบบเด็กๆด้วยภาพเด้กผู้หญิงยืนเข้าแถวเคารพธงชาติเหมือนบ้านเราเด๊ะ หน้าตาเด็กน้อยเต็มไปด้วย ความอายกึ่งเศร้าเมื่อมองดูรองเท้าเด็กหญิงคนอื่นๆที่สวยงามและพอดีเท้า เด็กน้อยทำได้ณ ตอนนั้นดีที่สุดก็แค่เพียงใช้เท้าข้างซ้ายทับเท้าอีกข้างเพื่อให้ความน่าเกลียดบนเท้าปรากฏให้น้อยที่สุด..เช้าอันแสนจะยาวนานของเด็กหญิงผ่านไปเวลาบ่ายก็มาถึงเด็กหญิงเลิกเรียนและรีบวิ่งออกจากโรงเรียนเพื่อไปพบพี่ชายที่รออยู่มุมตึกด้วยความกระวนกระวายใจ มาถึงตอนนี้คนดูก็ร้องอ๋อในใจว่าที่แท้เด็กสองคนก็ใช้รองเท้าคู่เดียวกันเพื่อใส่ไปโรงเรียน เป็นการสับเปลี่ยนรองเท้าระหว่างวันนั่นเอง หลังจากที่เด็กชายสวมรองเท้าเค้าก็รีบวิ่งไปเข้าโรงเรียนแบบสายโด่ (ไม่ใช่สิ บ่ายโด่ต่างหาก) ...หนังดำเนินเรื่องรวดเร็วตามสมควรในองค์นี้เพื่อเร่งให้คนดูได้ซึมซับว่าในแต่ละวันเด็กสองคนต้องเจออะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการที่เด้กหญิงทำรองเท้าตกคลอง จนรองเท้าเปียกและต่างต่อว่ากันและกันตามประสาเด็ก อาลีเองก็ไปโรงเรียนสายจนโดนคุณครูที่โรงเรียนฟาดก้น แต่คุณครูไม่ยักกะตามไปดูต้นเหตุว่าทำไมถึงได้มาสายทุกวัน (ไม่เหมือนคุณครูของวัลลี บ้านเรา หุๆ ) และในองค์นี้ของหนังนี่เองที่หนังใช้นำเสนอสองฉากที่สำคัญ ...ฉากแรกเนื่องมาจากอาลีเป็นเด็กหัวดีสอบได้ที่1 ของห้อง(นี่ขนาดไปสายทุกวันนะเนี่ย) คุณครูเลยให้ปากกามาด้ามนึงเป็นรางวัล อาลีเอาปากกาด้ามนี้ไปให้น้องสาวเพื่อปลอบใจที่ทำรองเท้าเจ้าตัวน้อยหายและต้องคอยมาวิ่งเปรี้ยวทุกวันแบบนี้ และเพราะปากกาด้ามนี่แหละ ที่เด็กหญิงเผลอทำตกและนำเราไปพบกับเด็กผู้หญิงอีกคนที่เก็บปากกาได้และนำมันมาคืน(บทรีบบอกคนดูว่า เด็กคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์นะ เก็บปากกาสวยหรูได้แต่กลับเอามาคืนเจ้าของ) แต่สิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยสนใจกลับไม่ใช่ปากกาที่ได้คืน แต่เป็นรองเท้าที่สวมอยู่บนเท้าของเด็กน้อยอีกคน ใช่แล้วค่ะ มันคือรองเท้าที่เราเห็นในฉากแรกของหนัง มาถึงตอนนี้บททำให้เราได้รู้ครึ่งนึงแล้วว่ารองเท้าสีแดงหายไปไหน ไม่ถึง1นาทีหนังก็พาเราไปพบคำเฉลยอีกครึ่งที่เหลือ เมื่อสองคนพี่น้องพยายามทำตัวเป็นนักสืบตามเจ้าของใหม่ของรองเท้าแดงไปถึงบ้านสภาพโทรมๆและพบว่าพ่อของเด้กคนนั้นก็คือคนเก็บของเก่าในฉากแรกและมีแม่เป็นคนตาบอด !!!! (จี๊ดดดด)ไม่รู้ว่าที่อิหร่าน ต้องยากจนแค่ไหนถึงจะเรียกว่ายากจนมาก แต่ดูจากภาพที่สองคนพี่น้องมองเด็กคนนั้นคือยังมีคนที่ด้อยกว่าพวกเขาสองคนซะอีก !!! ...อีกฉาก ที่ถือเป็นเนื้อแท้ของหนังเรื่องนี้คือฉากสระน้ำหน้าบ้านที่สองพี่น้องมักใช้มันทั้งซักผ้า เลี้ยงปลาทอง และช่วยกันซักรองเท้าผ้าใบเก่าๆที่ใช่ร่วมกัน หนังนำเสนอแบบเหนือจริงเล็กน้อยแต่งดงาม ไร้บทสนทนาของตัวละคร เด็กสองคนยิ้มให้กันและกัน ระหว่างที่ซักรองเท้าที่สุดแสนจะเก่าพัง ฟองลอยฟ่องขึ้นบนฟ้า ปลาทองว่ายวนไปมาคล้ายจะมีความสุขไปกับเด็กสองคน.... ...กลางเรื่องบทหนังพาเราไปสัมผัสครอบครัวของอาลีมากขึ้น เมื่อการวิ่งเปรี้ยวของสองคนจบลง เพราะถึงเวลาปิดภาคเรียนแล้ว อาลีต้องออกไปช่วยพ่อที่ปั่นจักรยานเข้าไปในเขตบ้านคนรวยเพื่อรับจ้างทำสวน รายได้ดีแต่ไม่ทันจะได้เป็นกอบเป็นกำพอที่อาลีจะกล้าขอให้พ่อซื้อรองเท้าให้น้อง จักรยานเจ้ากรรมก็ทำพิษเกิดอุบัติเหตุทำให้พ่อและอาลีไม่สามารถออกไปหารายได้แบบนั้นอีก (ว้า) ...อย่าเพิ่งคิดว่าทำไมหนังมันมีแต่อะไรๆ ผิดหวังแบบนี้นะ เพราะเมื่อเปิดภาคเรียนความหวังเรืองรองอันสุดท้ายก็เกิดขึ้นต่อหน้าอาลี เมื่อที่โรงเรียนประกาศรับสมัครนักวิ่งเพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งขันในจังหวัด รางวัลที่ 1 คือได้ไปทัศนศึกษาที่ไหนซักที่จำไม่ได้แฮะ แต่สิ่งที่อาลีสนใจกลับเป็นรางวัลที่สองนั่นคือได้รองเท้ากีฬา1คู่ใหม่เอี่ยมนั่นเอง (เขาบอกกับน้องสาวว่าถ้าได้จริงๆจะบอกกกรรมการให้เปลี่ยนเป็นรองเท้าผู้หญิงแทน อิอิ) ...มาถึงตอนนี้คนดูเทใจให้อาลีน่าจะหมดทั้งใจแล้ว เชียร์ให้เขาวิ่งเข้าที่สองอย่างที่เขาตั้งใจไว้(ลุ้นถึงลุ้นโคตรๆ ด้วยภาพสโลโมชั่นสไตล์จอนวูเลย) แต่หนังก็หักหาญน้ำใจคนดูอีกรอบปล่อยให้อาลีวิ่งเข้าที่ 1 ซะงั้น (ว้า) น้ำตาที่เขาร้องไห้ไม่ใช่ดีใจเพราะวิ่งได้ที่1 แต่เสียใจ(จริงๆนะ)ที่ต้องอดได้รองเท้าไปฝากน้อง ...หนังไม่พยายามสรุปด้วยบทสนทนาแต่ปิดฉากลงด้วยภาพของพ่อที่ไปเลือกรองเท้าสีแดงคู่ใหม่ให้ลูกสาว และมีปลาทองว่ายวนในสระหน้าบ้านอย่างมีความสุขที่สระหน้าบ้านของเด็กสองคน ..................................................... Children of heaven เต็มไปด้วยบทสนทนาน่ารักๆ อย่างที่เราพบเจอได้ในชีวิตจริงภาพในหนังตรงไปตรงมา และถึงจะเป็นหนังดราม่าที่ดูแล้วถึงกับร้องไห้แต่ไม่มีบทที่จงใจเค้นน้ำตาคนดูเหมือนหนังเกาหลีที่มาตีตลาดในไทยหลายๆเรื่องในปีนี้ หนังเรื่องนี้ 5 ดาวในใจค่ะ .................................................... เรื่องหน้าจะเขียนถึงหนังเล็กๆอีกเรื่อง ได้ดูเมื่อปีที่แล้ว แล้วชอบมาก Where's the truth lies เป็นหนังอีกแนวที่ดูแล้วหนุกมั่กๆๆ  Posted by sirinapa on Aug 27, '06 10:57 PM for everyone |  | Taken with a feeling blue |
Posted by sirinapa on Aug 24, '06 10:59 PM for everyone | Start: | Sep 23, '06 11:00p |
Landing at 15.15 Waiting for a while Posted by sirinapa on Jul 16, '06 10:12 PM for everyone
Posted by sirinapa on Jul 3, '06 5:06 AM for everyone
Posted by sirinapa on Jul 3, '06 4:34 AM for everyone
Posted by sirinapa on Jul 3, '06 12:24 AM for everyone ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกตอนดูหนัง 5x2 หนังฝรั่งเศสของผู้กำกับฟรองซัวร์ แต่ใช้เพลงอิลาลี่ทั้งเรื่อง ฉากนี้มันเข้ากับอารมณ์ของเพลงและสไตล์การร้องเพลงแบบนี้เหลือเกิน สามีกะภรรยาผู้รู้อยู่แก่ใจทั้งสองคนว่าไม่มีเยื่อใยไมตรีต่อกันแล้ว อยู่ท่ามกลางพี่ชายสามีและแฟนพี่ชาย ทั้งคู่เป็นคู่เกย์ ภรรยาอยู่ในอามรณ์ประมาณว่า เชอะ!!! เชิดใส่สามีสุดฤทธิ์ แล้วก็ออกไปเต้นรำเคลิบเคลิ้มในเพลงนี้กับพี่ชายสามีที่เป็นเกย์นั่นแหละ ฮึ่มมมม !!! ชอบหนังเรื่องนี้ ชอบเพลงเพลงนี้เช่นกัน ปล.ชอบถึงขนาดเอามาทำเป็น ringtone เลย ลองฟังดูนะ ถ้าชอบก็ไปหาหนังมาดูต่อได้เลย ยังมีให้เช่าตามร้านซีดีทั่วไป | Sparring Partner | | The Best Of | | Paolo Conte | |
Posted by sirinapa on Jul 2, '06 11:33 PM for everyone
| |
|